แลกเปลี่ยนเพื่อรู้ในรั้ว ‘มทร.ธัญบุรี’

000161

จากกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community) หรือ AEC ซึ่งเป็นการรวมตัวของชาติ ต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศโดยมี ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบรูไน โดยเล็งถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงร่วมกัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้ดำเนินการไปแล้วจากกระแสการขับเคลื่อนดังกล่าวที่ ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กำหนดไว้ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ว่าภายใน 2 ปีต่อจากนี้ จะเดินหน้า ปรับเนื้อหาหลักสูตที่สอนให้เป็นแบบ 2 ภาษา เริ่มจากหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ระดับปริญญาตรีซึ่งมีอยู่ 16 หลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดียิ่งขึ้น เริ่มเปิดสอนมาตั้งแต่ภาคเรียน ที่ 2 ของปีการศึกษา 2554 เพื่อรองรับ ผู้เรียนชาวต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต และเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่เรียนอยู่ในปัจจุบันมีประสบการณ์ทางด้านภาษาที่ดี จบออกไปสมัครงานในอุตสาหกรรม ในกลุ่มประชาคมอาเซียนหรือทั่วโลกได้อย่างสบาย รวมถึงการลงนามความร่วมมือ กับสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคอาเซียน อาทิ มหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา (Universitas Gadjah Mada) มหาวิทยาลัยบายังกะลาสุราบายา (Universitas Bhayangkara Surabaya) สถาบันเทคโนโลยีบันดุง (Institut Teknologi Bandung) จากประเทศอินโดนีเซีย และมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (National University of Laos) การทำกิจกรรมร่วมกันในหลายๆ ด้าน ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และบุคลากรอาจารย์ผู้สอนระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งขณะนี้มทร.ธัญบุรี เริ่มรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนบ้างแล้ว ตั้งแต่เทอม1 ปีการศึกษา 2554 และเตรียมเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่แลกเปลี่ยนและหลากหลายประเทศให้มากขึ้น

ในปีนี้ มทร.ธัญบุรีมีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากอินโดนีเซียมาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ 5 คน มาจาก มหาวิทยาลัยบายังกะลาสุราบายา (Universitas Bhayangkara Surabaya) ประเทศอินโดนีเซีย และมีแลกเปลี่ยนที่ คณะบริหารอีกส่วนหนึ่ง จากเดิมปีที่ก่อนที่มี การแลกเปลี่ยนนักศึกษามาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เดียว 10 คน

“การมีนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่เป็น ชาวต่างชาติมาเรียน ถือเป็นโอกาสที่ดีของมหาวิทยาลัย เพราะนอกจากเด็กต่างชาติ มาเรียนรู้วิชาที่เข้มข้นจากเรากลับไปประกอบวิชาชีพได้แล้ว เขายังได้เรียนรู้ ศิลปวัฒนธรรม ภาษา ซึ่งอีกมุมหนึ่งเด็กไทย ก็ได้ฝึกฝนการใช้ภาษากับเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของภาษาอังกฤษโดยตรงอีกด้วย”

โดยทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรปปริญญาตรีนานาชาติในสาขารถไฟฟ้าความเร็วสูง เพื่อตอบสนองระบบขนส่งที่คาดว่าจะมีการพัฒนามากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังดำเนินการจัดทำหลักสูตรปริญญาโทสาขาวิศวกรรมด้านการจัดการอุตสาหกรรม และวิศวกรรมด้านพลังงานและวัสดุ ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติที่เตรียมรองรับนักศึกษาที่เรียนจบปริญญาตรีจากภูมิภาคอาเซียน นอกจากการเดินหน้าตามกระแส AEC แล้ว มทร.ธัญบุรี ยังมีความร่วมมือ ในลักษณะ “อาเซียน+3″ โดยเพิ่ม ความร่วมมือกับประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่นเข้ามา เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษา ในด้านวิศวกรรมศาสตร์กับพันธมิตรอุดมศึกษาหลายแห่ง อาทิ Harbin Engineering University และ Beijing Jiaotong University ของประเทศจีน Kyoto University, Okinawa National College of Technology, Kyoto Institute of Technology, Hokkido Information University, Nagaoka University,Yaamagata University,Hokkaido University ของประเทศญี่ปุ่น และ Yeungnam University ของประเทศเกาหลี “การศึกษาระดับอุดมศึกษาใน อาเซียนมีทั้งความเหมือนและความต่าง นักศึกษามีการเรียนอย่างหนักทั้งด้านวิชาการและทักษะปฏิบัติในทุกประเทศแม้แต่ไทยเองก็ตาม แต่สิ่งที่ไทยจะต้องถีบตัวเองให้มากคือ เรื่องของภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถสื่อสาร และเจริญก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับพันธมิตรอื่นๆในกลุ่มอาเซียนรวมถึงมีศักยภาพในการต่อรองในตลาดโลกเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาตลาดแรงงานต้องการคนเก่งและคนดีเข้าไปทำงานอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหลังปี พ.ศ.2558 ไปแล้วตลาดแรงงานของไทยจะยิ่งขยายกว้างมากขึ้น

โดยเฉพาะวิชาชีพวิศวกรซึ่งเป็น 1 ใน 7 สาขาวิชาชีพที่เปิดอิสระให้มีการเคลื่อนที่ใน 10 ประเทศได้ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้บัณฑิตสาขาวิศวกรรมศาสตร์ของไทยมีงานรองรับหลังเรียนจบด้วยเช่นกัน” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าว

“ยุทธศาสตร์ภายใน 2 ปี ต่อจำกนี้จะเดินหน้า ปรับเนื้อหาหลักสูตรที่สอนให้เป็นแบบ 2 ภาษา เริ่มจากหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ระดับปริญญาตรีซึ่งมีอยู่ 16 หลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียน มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ที่ดียิ่งขึ้น”

แสดงความคิดเห็น