รายงานพิเศษ: หลากหลายความเห็นเรื่องเฟซบุ๊คในทัศนคติของนักศึกษา มทร.ธัญบุรี

000139

“เมื่อไหร่ที่เรานำตัวเองเข้าไปในเฟซบุ๊ค ความเป็นส่วนตัว จะไม่เหลืออยู่เลย”ข้อมูลดังกล่าวนี้ แม้จะดูน่ากลัว แต่เป็นเรื่องแปลก ที่ไม่มีใครวิตกกังวลกับการที่ “ตัวเอง ถูกขโมยโลกส่วนตัวไปอย่างไม่มีโอกาสปฏิเสธ”

เฟซบุ๊ค (facebook) เป็นหนึ่งใน Social Media ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสังคมไทย ใครไม่เคยเข้าสัมผัสกับโลก เฟซบุ๊ค ถือว่าเชยไปเลยในยุคนี้ ด้วยความเป็นสาธารณะ ความรวดเร็วในการส่งข่าวสารข้อมูล และประโยชน์ของการเข้าใช้งาน ทุกสิ่งล้วนเป็นความจริง ถ้าสิ่งนั้นมีประโยชน์ รับรองว่าต้องมีโทษตามมา

ลองมาฟัง ทัศนคติของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี พลังเลือดใหม่ไฟแรง ว่า พวกเขามีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับเฟซบุ๊ค

“อั้น” นายปิยะพันธ์ วงมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาระบบสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจ

อุปนายกคนที่ 2 องค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี เล่าว่า “เฟซบุ๊ค” เปรียบเหมือนการจำลองตัวคนนั้นลงไป กลายเป็นบุคคลสาธารณะ นอกจากจะมีเฟซบุ๊คส่วนตัว ยังมีหน้าที่เป็นแอคมินแฟนเพจองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี จะเล่นเฟซบุ๊คทุกวัน ถ้าได้นั่งเล่นต่อวันจริงๆ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง 3 สิ่งหลักที่ใช้เฟซบุ๊ค คือ 1.ทำการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์การนักศึกษา 2.ใช้เพื่อความบันเทิง เข้าไปอ่านเพจที่คลายเครียด 3.คุยกับเพื่อน ซึ่งเมื่อเข้ามาใช้งานทุกวัน เกิดเป็นความเคยชิน กลายเข้า มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตอนนี้พยายามที่จะเข้า ใช้งานน้อยลง เนื่องจากถ้าใช้เวลามากเกินไป ส่งผลกระทบ ต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความเป็นสาธารณะ เฟซบุ๊ค จึงได้รับความนิยมทุกแวดวงการ เฟซบุ๊คของนักการเมืองหรือแม้กระทั่งดาราบางคนถูกแฮกข้อมูล สร้างความ เสียหายให้กับเจ้าตัว

“กิ๊บกิ๊ว” นางสาวนภสกร สัมฤทธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ เหรัญญิก องค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี เล่าว่า จำนวนการกดไลค์เหมือนเป็นการรับรู้การแชร์ประสบการณ์ของเพื่อนหรือบุคคลที่เราติดตาม แสดงถึงว่าสิ่งที่เขาโพสต์เราเห็นด้วย ที่เข้ามาเล่นเฟซบุ๊ค ซึ่งในเฟซบุ๊คยังมีแฟนเพจขององค์การต่างๆ ให้ได้ติดตาม ตอนนี้ติดตามแฟนเพจของ Life 101 Co.,Ltd และ ThaiMarketing.in.th เรียนเกี่ยวกับการบริหาร เพจนี้มีประโยชน์มาก ซึ่งมีการให้ความรู้ทางด้านการตลาดมีการวิเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับธุรกิจต่างๆ สามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้ อย่างที่บอกว่า บางคนเล่นเพราะว่าต้องการให้คนเข้ามากดไลค์ ถ้าจำนวนกดไลค์มากที่สุดทำให้รู้สึกดี ยกตัวอย่าง บางคนโพสต์รูปที่ล่อแหลม เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งแชทผ่านเฟซบุ๊ค จนถูกล่อล้วง เกิดเป็นภัยตามมา “เล่นได้แต่ต้องมี สติ”

“โจ้” นายวีรพงศ์ เวชกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย นายกสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เล่าว่า ด้วยความสะดวกของเทคโนโลยี โทรศัพท์สามารถเล่นเฟซบุ๊คได้ ตนเองจึงออนไลน์เฟซบุ๊คไว้ในมือถือทั้งวัน โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปแชร์งานการประกวดต่างๆ ให้เพื่อนได้รู้ และจะมีห้องพูดคุยกับเพื่อนในสาขา คุยเรื่องการบ้าน “ข้อมูลบนเฟซบุ๊ค ทำให้รู้ข่าวสาร ไม่ต้อง ดูทีวี.สามารถรู้ข่าวสารได้” แต่ทุกวันนี้ คนบางกลุ่มได้ให้ เวลากับเฟซบุ๊คมากเกินไป ติดต่อกันผ่านเฟซบุ๊ค จนลดการ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมลง สังเกตจากการออกไปรายงานหน้า ชั้นเรียน นักศึกษาบางคนไม่สามารถสื่อสารหรือพรีเซ็นต์งานที่ได้รับมอบหมายได้ เนื่องจากการติดต่อสื่อสารส่วนใหญ่ จะติดต่อด้วยการพิมพ์ เป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมาก

“พงษ์” นายพงษ์พัฒน์ ถาพร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม นายกสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า “จะติดตามเฟซบุ๊คของอาจารย์” สเตตัสที่เป็นแนวคิดหรือคติสอนใจ อ่านแล้วมีกำลังใจในการเรียน เป็นอีกคนหนึ่งที่ออนไลน์เฟซบุ๊คไว้ในโทรศัพท์มือถือทุกเวลา เฟซบุ๊คทำให้ได้เจอเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม ญาติๆ ถ้าเปรียบเฟซบุ๊คตอนนี้เปรียบเป็นกระจก สิ่งที่สะท้อนให้คนอื่นมองตัวเรา ในขณะที่คุณอัพเดทสเตตัสลงไปในหน้า Wall ของคุณเอง นั่นคือสิ่งที่ตัวคุณเป็น ณ ตอนนั้น สเตตัสดีก็ดีไป สเตตัส ติดลบ คุณจะถูกมองติดลบ บางสเตตัสที่โพสต์อาจจะไป กระทบกระเทือนคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจให้มัน เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ตอนนั้นทางคณะมีกีฬาภายใน แล้วทาง สาขาชนะการเชียร์ได้ขึ้นรูปบนเฟซบุ๊ค แต่ด้วยว่าทุกๆ ปี ที่ผ่านมา อีกสาขาหนึ่งได้แชมป์มาโดยตลอด ซึ่งเพื่อนทาง สาขานั้นได้มาโพสต์ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เมื่อมีคนเข้ามาอ่าน จึงเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต ความเป็นจริงตนเองไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลย “ฉะนั้นก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์อะไรลงเฟซบุ๊ค ควรคิดให้ดีก่อน

“กิ๊ฟท์” นางสาวพัชชาภา วิเศษ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 นายกสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า เป็นอีก คนหนึ่งที่ต้องเล่นเฟซบุ๊คทุกวัน เพราะสามารถออนไลน์ในมือถือได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความสะดวก ได้เข้าไปอ่าน สเตตัสของเพื่อนๆ ว่าวันนี้ใครเป็นยังไงบ้าง ส่วนใหญ่จะใช้พูดคุยเกี่ยวกับงานโครงการต่างๆ ของสโมสรให้คนในคณะได้รู้ ข้อดีของเฟซบุ๊คมีมากมายหากเราใช้ในทางที่ถูกที่ควร แต่สำหรับบางคนที่โพสต์รูปล่อแหลมหรือตั้งสเตตัสแรงๆ ใช้คำหยาบคายเพียงเพื่อต้องหารให้คนกดไลด์มากๆ คิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อยู่ที่แต่ละคนจะใช้เฟซบุ๊ค เพื่อทำประโยชน์ให้ตนเองหรือประจานตนเอง

ในอนาคตข้างหน้าเฟซบุ๊คจะพัฒนาไปในทางไหนอีก ผู้บริโภคไม่สามารถรู้ได้ แต่ในปัจจุบันนี้สื่อตัวนี้ เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก อย่างที่บอก จะใช้ให้เกิด ประโยชน์ก็มีประโยชน์ จะใช้ให้เกิดโทษก็เกิดโทษ ตัวผู้ใช้ เองเท่านั้นที่ต้องมีสติ ไม่เสพติดมากเกินไป

 

แสดงความคิดเห็น