คอลัมน์ เด็กมอ ขอแจม: เรียนรู้ประสบการณ์ ผ่าน ‘นายกองค์การนักศึกษา’

000131

ทศพร แก้วศรีสุขชั้นปี 4 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี

สวัสดีครับ ผม “เอ” ทศพร แก้วศรีสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นักศึกษากิจกรรมผู้มีความมุ่งมั่นในการพัฒนามหาวิทยาลัย และเป็นนายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ครับ

ผมขอมาแชร์ความรู้สึกในคอลัมน์นี้ด้วยนะครับ เรื่องที่นำมาแชร์ให้กับเพื่อนๆ ในวันนี้ เป็นหนทางในการทำกิจกรรมของผมครับ

ผมเชื่อว่า ความฝันของแต่ละคนที่จะประกอบอาชีพในอนาคต เวลามีคนถามตอนเด็กๆ กับปัจจุบันนี้ คงแตกต่างกันมาก คำตอบตอนเด็ก มีหลายอาชีพที่ผมอยากเป็น ทั้งหมอ นักร้อง แต่หลังจากนั้น ม.4-ม.5 เริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ได้เรียนวิชาที่ชอบและคิดว่าตัวเองถนัด คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับไฟฟ้า เลยรู้ว่าตัวเองชอบคำนวณ เลยรู้ว่าต้องวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า) แน่ๆ ช่วง ม.6 เลยตระเวนสอบคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไม่ติดสักที่ จนวันหนึ่งลองมาทบทวนความต้องการและความถนัดหรือตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง นิสัยชอบช่วยเหลือ เสียสละอาชีพเหมือนหมอ กล้าพูด กล้าทำ กล้า

แสดงออกเหมือนศิลปิน ชอบคำนวณเหมือนวิศวกรรมศาสตร์ สุดท้ายเลยมาเป็น “คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม” ครูต้องกล้า เสียสละ ยิ่งมีคำว่า “อุตสาหกรรม”ต่อท้ายนี่ใช่เลย ต้องมีคำนวณ

โดยปกติ ผมเป็นคนขี้อาย เงียบไม่ค่อยพูด แม่บอกว่า เลี้ยงง่ายไม่ดื้อ เริ่มทำกิจกรรมมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล

โดยเฉพาะงานก่อนปิดภาคเรียนต้องขึ้นเวทีทุกปี ตั้งแต่อนุบาล แรกๆ ก็เป็นการแสดง แต่พอหลังได้มีโอกาสเป็นพิธีกร งานต่างๆ จนมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ได้ลงสมัครประธานนักเรียนและได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียน จำได้ว่าช่วงนั้นรางวัลที่ภาคภูมิใจ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง สุนทรพจน์ ระดับจังหวัดลพบุรี กลายมาเป็นอีก

หนึ่งจุดเริ่มต้นการเป็นนักจัดรายการวิทยุ ทั้งวิทยุชุมชน และวิทยุภายในโรงเรียน หลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 สมัครสอบเข้าศึกษาต่อที่ ร.ร.ชัยบาดาลวิทยา จ.ลพบุรี

ด้วยความที่ชอบทำกิจกรรมมาแต่เดิม ยังคงเข้าร่วมการทำกิจกรรมต่างๆ ของทางโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการประกวดสุนทรพจน์ แต่งคำประพันธ์ หรือแม้กระทั่งนักจัดรายการวิทยุของทางโรงเรียน พิธีกรงานต่างๆ

สมัยมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก็ได้รวมทีมเพื่อลงสมัครประธานนักเรียน สมัยนั้นจำได้ว่ามีสองทีม หาเสียงกันสนุกมาก สุดท้ายก็ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียน แต่ในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องยอมรับว่าห่างเรื่องกิจกรรมไปเยอะมาก เพราะเป็นช่วงที่ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ไปหนักเรื่องเรียน ติว มากกว่า และแล้วก็สอบติดคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี

“กิจกรรมมันเข้าไปในสายเลือด” ชีวิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกฝ่ายจัดกิจกรรม ซึ่งตอนนั้นได้ตั้งปณิธานว่า “วันหนึ่งต้องเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาให้ได้” จนวันที่ทางสโมสรติดป้ายรับสมาชิก ผมก็ได้เข้าสมัคร ยังจำได้ว่าวันที่พี่ๆ เค้าเรียกเข้าสัมภาษณ์ ตอนนั้นอยากอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์มาก แต่กลับได้อยู่ฝ่ายวิชาการ (เป็นอนุกรรมการ) สงสัยพี่ๆ คงเห็นเกรดผมรึเปล่าเลยให้อยู่ฝ่ายนี้

เมื่อได้เข้ามาทำงานเป็นสมาชิกฝ่ายวิชาการ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ จนภาคเรียนที่สองถูกเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมาอยู่หัวหน้างานพัสดุ จากหัวหน้างานพัสดุในช่วงชั้นปี 2 เมื่อขึ้นปีที่ 3 จึงรวมทีมสมัครนายกสโมสรนักศึกษา จนได้รับเลือกตั้งเป็น “นายกสโมสรนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ปีการศึกษา 2554″ ปฏิบัติหน้าที่นายกสโมสรนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

เมื่อได้หมดวาระนายกสโมสรนักศึกษา รู้สึกว่ายังทำกิจกรรมไม่เต็มที่ เนื่องจากเกิดเหตุอุทกภัยเสียก่อน อีกทั้งยังคงอยากพัฒนาตนเองมากขึ้น อยาก ทำกิจกรรมที่ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อเพื่อนนักศึกษา จึงได้รวมทีมลงสมัครองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ปีการศึกษา 2555 ด้วยรอยยิ้ม หรือมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง “นายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี” คนปัจจุบันหลังจากที่เข้ามารับงานในตำแหน่ง “นายกองค์การนักศึกษา” ต้องมีการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต เนื่องจากต้องบริหารจัดการเวลาและเป็นระบบมากขึ้น เพราะเราทำหน้าที่สองอย่างไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องการเรียนและทำกิจกรรม ต้องเรียนรู้การเข้าสังคมที่กว้างขึ้น มุมมองการทำงานก็ต้องคิดกว้างไกลกว่าเดิม ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ การบริหารงานในองค์การนักศึกษาอาศัยหลัก PDCA คือต้องมีแผนงานอย่างชัดเจน ทำงานอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบผลงานว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ และแก้ไขเมื่อพบข้อบกพร่อง ซึ่งจะทำให้การทำงานเป็นระบบและมีแบบแผนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3.18 คือเกรดเฉลี่ยรวมกัน 5 เทอม ผมเลือกเป็นเด็กกิจกรรม ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าการเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีงานทำ มีความรู้ แต่กิจกรรมเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่เป็นความรู้นอกห้องเรียนที่หาที่ไหนไม่ได้ แต่ละสถานศึกษาก็แตกต่างกันไป รูปแบบการทำกิจกรรมก็แตกต่างกัน ยิ่งได้ทำหลากหลายที่ หลากหลายกิจกรรม เสมือนเป็นการสะสมประสบการณ์ที่หลากหลายที่หาที่ไหนไม่ได้

นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย บางส่วนหรือแทบจะเป็นส่วนใหญ่ก็ว่าได้ไม่ได้จบเกียรตินิยม ไม่ได้มีเกรดเฉลี่ยสูงมากนัก แต่ถ้ามีประสบการณ์ในการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

แสดงความคิดเห็น