รายงานพิเศษ: จากวาทกรรม’เอาอยู่’ถึง’ท่วมอยู่ได้’เสียงสะท้อนพี่น้องมหา’ลัย

000170

หมุนเข็มนาฬิกากลับไปที่ห้วงเวลาไตรมาสที่ 3 ของปี พ.ศ.2545  ประเทศไทยเผชิญหน้าวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ 65 จังหวัดถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ไม่เว้นแม้กรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมร 37 จาก 50 เขตต้องเผชิญกับน้องน้ำที่แวะเยี่ยมพี่กรุงก่อนลงทะเล

มวลน้ำมหาศาลที่มนุษย์มิอาจต้านทาน ไหลกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นชุมชนน้อยใหญ่ บ้านจัดสรรราคาแพง หรือนิคมอุตสาหรรม มีการประเมินกันว่ามีพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวกว่า 10 ล้านไร่ จมหายไปต่อหน้าต่อตา จนมีคำเปรียบเปรยว่านี้คือ”สึนามิน้ำจืด” ที่สร้างความย่อยยับแก่ประเทศไทย

มหาอุทกภัยที่ผ่านมาหยกๆ กำลังหวนกลับมาเสมือนภาพเก่าที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปี พ.ศ.2555 ซึ่งเวลานี้ 14 จังหวัด ตาก นครสวรรค์ พิษณุโลกพิจิตร อุตรดิตถ์ สุโขทัย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยาสุพรรณบุรี นครปฐม นครนายก ชัยภูมิ ปราจีนบุรีและไกลไปถึงตะเข็บการค้าชายแดน “อรัญประเทศ”จ.สระแก้ว…กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม มันทำให้เราลืมไม่ลงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภัยธรรมชาติเนื่องจากพายุฝนถล่มทำให้มีปริมาณน้ำฝนมากผิดปรกติหรือเป็นความ “ซับซ้อน” ในการบริหารจัดการน้ำของ”รัฐ”และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากวาทกรรมเอาอยู่ ถึงวาทกรรมจากใจ “ท่วมอยู่ได้!” ที่สะท้อนนัยเสียดสี-ตั้งรับ กับมวลน้ำก้อนใหม่ที่ใกล้จ่อกรุง เชื่อเถอะว่าตอนนี้ชาวบ้านชาวช่องที่เคยประสบภัยเมื่อปีที่แล้ว เขาเตรียมพร้อม 100%แบบกันไว้ดีกว่าแก้ ซึ่งหมายรวมถึงพี่น้องชาวมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ต่างเกาะติดสถานการณ์”น้ำ” อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมืออย่างทันท่วงที

ฝั่งปทุมธานี หน้าด่านรับน้ำเข้ากรุง มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี…บทเรียนจากศูนย์ผู้อพยพ ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง”ผศ.พูลเกียรติ์ นาคะวิวัฒน์” รองอธิการบดีมทร.ธัญบุรี เผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น

“เรานำบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 มาจัดทำแผนแนวทางการป้องกัน พร้อมทั้งได้ใช้งบประมาณในการฟื้นฟู ปรับปรุง มทร.ธัญบุรี คลอง 6 ถึง 400 ล้านบาท ซึ่งงบฯ ในจุดนี้ประมาณ 60 ล้านบาท ได้นำมาจัดสร้างกำแพงทึบที่แข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยเป็นกำแพงลึกใต้ดิน 1 เมตรและสูงจากพื้นดิน 2.5 เมตร ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 60-70% คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายเดือนต.ค.นี้ ส่วนที่วิทยาเขตรังสิต ใช้งบฯ ฟื้นฟูปรับปรุงประมาณ 160 ล้านบาท ซึ่งงบฯ ในส่วนนี้ 10 ล้านบาท นำมาก่อสร้างกำแพงเพื่อป้องกันน้ำท่วมเช่นกัน”

ผศ.พูลเกียรติ กล่าวอีกว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะก่อสร้างแนวกำแพงเพื่อป้องกันน้ำท่วมแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีจุดอ่อนในหลายจุด เช่น ประตูทางเข้าจึงมีการเตรียมความพร้อม โดยจะใช้ Big Bag และทำทางลาดโดยใช้หินคลุก เพื่อเป็นแนวป้องกันน้ำอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ในส่วนของคณะต่างๆ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมเช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงระบบไฟฟ้าที่อยู่ระดับต่ำยกให้สูงขึ้น คุรุภัณฑ์ที่สำคัญก็ได้เคลื่อนย้ายหาที่ตั้งใหม่ ส่วนคณะไหนที่มีคุรุภัณฑ์สำคัญและมีขนาดใหญ่ ได้มีการจัดทำแนวป้องกันน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังสูง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์จริงก็จะสามารถป้องกันคุรุภัณฑ์ได้

“ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้มีการติดตามรับฟังข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งจากทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะสามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้”

รองอธิการบดี ยังรู้สึกเป็นห่วงเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลอง ต่างๆ ของภาครัฐที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่า บางคูคลองยังดำเนินการได้ไม่เต็มสูบ ในขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี ได้มีการพัฒนาร่างต้นแบบที่ยังผล “Dredging machine with double hydro jet ship” ซึ่งเป็นเรือที่มีดีไซน์ทันสมัยสามารถขุดลอกแม่น้ำขนาดใหญ่ และมีสมรรถนะในการผลักดันน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งใน 1 ลำจะมี 2 ยูนิต ทำให้ผลักดันน้ำได้ถึง 20 ลูกบาศก์เมตร/วินาที รวมทั้งมีการติดตั้ง GPS ด้วย ซึ่งเครื่องแม็คโครขนาดใหญ่ไม่สามารถขุดลอกใต้ท้องน้ำที่มีความลึกได้ โดยจะใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ30 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีการนำเสนอรูปแบบต่อรัฐบาลไปแล้ว

ถัดเข้ามาถึงกรุงเทพชั้นนอก “เขตบางเขน”ปลายตุลาคม 2554 คลองบางเขน เกินจะรับมวลน้ำไหว จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ทว่าวันนี้เวลานี้ปี 2555 อดีตนั้นจะไม่หวนกลับด้วยการเตรียมตั้งรับแบบ 100%

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประชุมร่วมกับบุคลากรทุกฝ่าย เพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอยกับปีที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้มีการยกสิ่งของขึ้นอยู่บนที่สูง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามปีนี้มั่นใจว่าน้ำจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คงต้องรอฟังข้อมูลจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ประมาทจึงได้เตรียมกระสอบทรายไว้บ้างแล้ว

อธิการบดี มก. กล่าวต่อไปว่า ได้ดำเนินการจัดทำรั้วกั้นน้ำไว้แล้วทั้งทางด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออก ซึ่งคาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้ โครงสร้างของรั้วน่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้รั้วดังกล่าวจะทำยาวตลอดแนวคลองบางเขน โดยรั้วจะมีความแข็งแรงมาก เพราะจะขุดลงลึกไปข้างใต้ดินด้วย เพื่อไม่ให้น้ำซึมเข้ามาได้ โดยจะทำสูงประมาณ 1 เมตรอย่างไรก็ตามมั่นใจว่าในปีนี้หากน้ำมาจริงคงได้รับผลกระทบน้อยกว่าปีที่ผ่านมา

ด้านฝั่งตะวันตก ต.ศาลายา เมืององค์พระใหญ่มีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เด่นตระหง่าน แม้ปีที่แล้วพลังชาว ม.มหิดล จะเอาอยู่ แต่พื้นที่ชุมชนรอบนอกก็แตกพ่ายให้มวลน้ำ..อย่างสุดกำลังต้าน

ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาแม้ว่าบริเวณ ต.ศาลายา จะถูกน้ำท่วมทั้งหมดแต่น้ำก็ไม่สามารถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยได้เพราะมีคันดินกั้นน้ำ และมีประตูน้ำภายในมหาวิทยาลัย แต่ปีนี้ก็ไม่ประมาทได้เสริมความแข็งแรงของคันดิน และสร้างคันดินเพิ่มมากขึ้น โดยมีความสูง 1.50 เมตร พร้อมกันนี้ยังได้ประชุมทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้เตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ให้ไว้บนที่สูงด้วย เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้

รองอธิการบดี ม.มหิดล กล่าวด้วยว่า นอกจากจะเตรียมการภายในมหาวิทยาลัยให้มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้ร่วมกับชุมชนจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ 6 ศูนย์ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่1.ศูนย์อำนวยการและการสื่อสาร โดยจะมีการจัดตั้งหอกระจายข่าวไปยัง 18 ชุมชนรอบมหาวิทยาลัย เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับน้ำที่ถูกต้องแม่นยำให้กับชาวบ้านเพื่อที่จะได้เตรียมตัวทันท่วงที เพราะปีที่ผ่านมาข้อมูลจะสับสนมาก2.ศูนย์รักษาพยาบาล โดยจะมีการเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล ในการรับส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนี้จะมีหน่วยรักษาพยาบาลเคลื่อนที่ลงไปช่วยเหลือในชุมชนต่างๆด้วย

3.ศูนย์พักพิง ซึ่งได้ประสานกับมหามกุฏวิทยาลัย และวิทยาลัยนาฏศิลป์ เพื่อเป็นที่พักพิงให้กับผู้ประสบภัยแล้ว4.ศูนย์รับบริจาคจะมีการลงทะเบียนการรับ และส่งออกสิ่งของที่มีผู้บริจาคมา เพื่อที่จะได้ทราบว่าสิ่งของได้ส่งลงไปในพื้นที่ใดแล้วบ้างเพราะปีที่ผ่านมาของกระจายไม่ทั่วถึง บางคนได้รับซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่บางคนกลับไม่ได้รับเลย5.ศูนย์จิตอาสา ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนเป็นจิตอาสาไว้แล้วประมาณ 300 คน ซึ่งเมื่อน้ำมาก็สามารถโทรแจ้งไปยังจิตอาสาให้เข้ามาช่วยเหลือได้ทันทีและ6.ศูนย์โลจิสติกส์ ได้ร่วมกับกองทัพบกที่จะช่วยรับและส่งชาวบ้าน โดยได้จัดทำแผนที่ไว้ทั้งหมดแล้วว่ามีเส้นทางใดที่สามารถเดินทางได้ เส้นทางใดต้องใช้รถหรือใช้เรือในการสัญจร โดยการทำแผนที่ทั้งหมดได้กำหนดขึ้นจากระดับน้ำของปีที่ผ่านมารวมถึงการจัดสรรงบประมาณ ไว้ใช้ในการซื้อเรือและน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนสิ่งที่จำเป็นในการรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว

“หากมวลน้ำมาจริงๆ ก็สามารถจัดการได้และมั่นใจว่าจะดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพแต่ทั้งนี้ก็ภาวนาไม่ให้น้ำมาจะดีกว่า…ที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นรัฐบาลในการที่จะดูแลปัญหาเรื่องนี้ แต่เท่าที่ดูจากสถานการณ์น้ำ และฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ความมั่นใจลดเหลือเพียง 50:50″ ศ.พญ.สุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

…เหล่านี้คือแผนรับมือสถานการณ์น้ำ-ท่วมอยู่-ได้

เสียงสะท้อนจากชาวมหาวิทยาลัย

 

 

แสดงความคิดเห็น