คอลัมน์ ดาวมหาวิทยาลัย: ผู้ชายรักหน้าที่การงาน ‘ชนุตม์ ศิริจันทรางกูร’

000116

น้องสาวตัวร้าย

ใครบอกผู้ชายดีๆ ไม่มีในโลกคะ…วันนี้น้องสาวตัวร้ายไปเจอมา

เขาเป็นหนุ่มปี 4 วัย 21 ปี นักศึกษาภาคสมทบคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อ”เต้ย-ชนุตม์ ศิริจันทรางกูร”จากการพูดคุยแล้วสัมผัสตัวตน เต้ย ชนุตม์ ว่าเป็นหนุ่มร่าเริงสดใส ชอบพบปะและรู้จักคนใหม่ๆชอบเรียนรู้หาประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ แถมรักพ่อแม่มากๆ ด้วย“คนอื่นๆบอกว่าผมเป็นคนรับผิดชอบ ขยันเฮฮา อยู่ด้วยแล้วสนุก มีความสุขครับ เขาเห็นผมเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นได้ตลอด

จริงๆ ผมเป็นลูกคนเดียว เกิดและโตในกรุงเทพฯ พ่อแม่ไม่ใช่คนร่ำรวย พ่อเป็นช่างภาพวิดีโอ ฟรีแลนซ์ ออกถ่ายงานกับกองต่างๆ ท่านเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก เพราะแม่สุขภาพไม่ค่อยดี ผมจึงต้องทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเองแบ่งเบาภาระของที่บ้าน โดยให้แม่จัดการดูแลแค่ค่าเทอมกับค่าหอพัก

งานพิเศษของผมคือเป็นพนักงานรายชั่วโมงสตาร์บัคส์ ทำทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี และแบ่งเรียน3 วันต่อสัปดาห์ คือ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

เหตุผลที่เลือกเรียนที่นี่ เพราะสถาบันนี้มีหลักสูตรที่อยากเรียน มีผลงานของรุ่นพี่ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมชื่นชอบ

ความคิดฝันของผมก็คือ อยากทำงานในสาขาที่เรียนจบมา คือ นักออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบสื่อโดยนำเสนอรูปแบบและเทคนิคใหม่ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คืออยากทำงานด้านบันเทิงควบคู่กันไปด้วย เพราะว่าผมชอบร้องเพลงและรักการแสดง

ชีวิตการเป็นนักศึกษาสำหรับผมตลอดเวลาที่ผ่านมา วิชาการก็ดีหรือสังคมก็ดี ผมได้ความรู้เอาไว้ใช้ประกอบอาชีพในอนาคต สังคมในรั้วมหาวิทยาลัยสอนให้เราปรับตัว รู้ทันคน รู้จักรับผิดชอบและช่วยเหลือเอาตัวรอดกับสถานการณ์ทุกวัน”

แม้ว่าจะเข้มแข็งและอดทนแค่ไหนเขาก็ยังมีมุมหนักๆ ทั้งเรียนและงาน ผ่านเรื่องวัยเกเรและวันร้ายๆมา แต่แล้วก็ตั้งตัวใหม่ ผ่านไปได้ด้วยความมีสติ

“สิ่งที่ยากที่สุด คือ การรับผิดชอบและการแบ่งเวลา เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเสมอ แต่ผมเองต้องตั้งสติ เรียงลำดับความสำคัญให้ดีจึงผ่านเรื่องยากต่างๆไปได้ พ่อแม่เองก็ดูแลและให้กำลังใจให้คำปรึกษาตลอด

ท่านมักสั่งสอนให้รู้จักสัมมาคารวะประหยัด อดทนกับปัญหา และย้ำให้ดูแลช่วยเหลือ และรับผิดชอบตัวเองตลอดรู้จักช่วยคนอื่นหากมีกำลังและโอกาสจริงๆ ท่านก็ดุด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งช่วง ม.ต้นผมจะโดนเยอะเนื่องจากเป็นนักเรียนทุนกีฬาของโรงเรียน แล้วผมเกเรโดดเรียนโดดซ้อมประจำ เป็นช่วงเครียดแต่ก็ปรับตัวเองได้อัตโนมัติ ตอนย้ายมาเรียน ปวช.และ ปวส. ที่สำคัญพ่อแม่ผมไม่เคยสปอยล์ลูก แม่หัดให้ผมทำงานบ้านตั้งแต่ประถม 3 กว่าจะได้ของสักชิ้นต้องตั้งใจเรียน และทำคะแนนสอบให้ดี

ผมว่านักศึกษาที่ดี ต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง รับผิดชอบตัวเอง รู้หน้าที่ ไม่ลืมตอบแทนคุณพ่อแม่เมื่อถึงเวลาอีกอย่างต้องเคารพครู อาจารย์ รุ่นพี่ และให้ความช่วยเหลือคนรอบข้าง จุดยืนของผมคือ รู้หน้าที่”

นอกจากเรียนแล้ว เต้ยยังเป็นนักกิจกรรม ช่วยเหลือน้องๆ และทำหน้าที่ลูกที่ดีของครอบครัว เขาไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ด้วยใจมุ่งมั่นจะเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว แหม…ถูกใจน้องสาวตัวร้ายจริงๆ ค่ะ

“ประสบการณ์ดีๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นก็คือ ผมเคยประกวดและคัดเลือก จนได้เป็นผู้อัญเชิญตรามหาวิทยาลัย รวมถึงล่าสุดเล่นละครเวทีของมหาวิทยาลัย เรื่องรัชนี ตลอดจนทำโครงการจิตอาสาช่วยเหลือสังคม นอกจากนั้นก็เป็นติวเตอร์ให้รุ่นน้องในคณะ เนื่องจากว่าช่วงมิดเทอมและสอบไฟนอล น้องๆ จะให้ช่วยติวกลุ่มวิชาคำนวณ

กิจกรรมวันว่างของผมคือพักผ่อนอยู่บ้าน เพราะเรียน 3 วันเต็ม ทำงานพิเศษอีก 4 วัน ถ้าได้หยุดเมื่อไหร่ผมจะทำงานบ้าน อาบน้ำให้สุนัข ถ้าอยู่ที่มหาวิทยาลัยก็จะนั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องข่าวรอบตัวกับเพื่อนๆในประเด็นที่น่าสนใจไม่ก็แวะไปอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และพรีวิวหนัง

เรื่องอื่นๆอย่างการดูแลตัวเองของผมก็คือ กินผลไม้และน้ำผลไม้ วิ่งออกกำลังกายเช้าหรือเย็น ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ถ้าไม่มีช่วงงานเร่ง ก็จะนอนหลับให้เพียงพอทุกวัน”

“เต้ยว่าคุณค่าความเป็นนักศึกษาอยู่ตรงไหนคะ” ดิฉันซักพ่อหนุ่มใสซื่อ

“นักศึกษาคือปัญญาชน และจบไปเป็นบัณฑิตกลายเป็นกำลังสำคัญที่สร้างความก้าวหน้า ขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินหน้า ที่ต้องมีดีทั้งความคิด ฝีมือ และคุณธรรม เพราะปัจจุบันคนเก่งมีอยู่มากมาย แต่เมืองไทยต้องการคนดีที่เก่ง ซึ่งสำคัญมาก

แม้ว่าจะเจอเรื่องหนักๆก็ต้องรู้จักอดทนใช้สมาธิและสติ การจัดการทีละปัญหา โดยเรียงลำดับจากความสำคัญร้องขอความช่วยเหลือ และเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเมื่อทำได้ผมเองมีคติสอนใจหรือแนวทางการใช้ชีวิต คือ มีสติและทำทุกอย่างในชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด

ตัวผมเป็นผมได้ทุกวันนี้ เพราะยึดหลักและแบบในการใช้ชีวิตตามคุณพ่อท่านสอนให้ผมสู้กับปัญหา อดทน และรู้จักพอครับ” n

5 ชิ้นที่ภาคภูมิใจ

1.เนกไทและเข็มกลัด – ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง ที่ได้เป็นนักศึกษาภายใต้ตรามหาพิชัยมงกุฎ โดยมหาวิทยาลัยของผมมีถึง 9 ศูนย์ทั่วประเทศ ผมเรียนอยู่ในศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดที่รังสิต-นครนายก อาจารย์ก็มีความรู้ความสามารถ

2.นาฬิกาข้อมือ – คุณแม่ซื้อให้เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดปีที่ 20 ผมใส่ตลอดทั้งไปเรียนและไปทำงาน

3.แฮนด์บิลล์ละครเวที – รุ่นน้องเป็นคนทำอาร์ตเวิร์กให้ และมันทำให้รู้ว่าตลอดเดือนกว่าในการซ้อมการแสดง และเล่นละครให้กับมหาวิทยาลัย มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง

4.โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้อัญเชิญตรามหาพิชัยมงกุฎ ครั้งหนึ่งในชีวิตเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย

5 คอฟฟี่ พาสปอร์ต – ตำรากาแฟของสตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานเบื้องต้น ที่บาริสตาทุกคนต้องทราบไว้ นอกจากนั้นยังมีส่วนสำหรับโน้ตความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมลงไปซึ่งเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผมทำงานพิเศษนี้มา

สิ่งที่ยากที่สุด คือ การรับผิดชอบและการแบ่งเวลา เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเสมอ แต่ผมเองต้องตั้งสติ เรียงลำดับความสำคัญให้ดีจึงผ่านเรื่องยากต่างๆไปได้ พ่อแม่เองก็ดูแลและให้กำลังใจให้คำปรึกษาตลอด

แสดงความคิดเห็น