คอลัมน์ อินไซด์แคมปัส: ของดี 9 มทร.

000170

นับเป็นโอกาสดีในรอบปี ที่มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย ธัญบุรี, พระนคร, กรุงเทพ, ตะวันออก, ล้านนา, รัตนโกสินทร์, อีสาน และ มทร.สุวรรณภูมิ ต่างก็รวบรวมเอาของดีกิจกรรมเด่นในรั้วมหาวิทยาลัยของตัวเอง งัดกันออกมาโชว์แบบไม่มียั้ง ในงาน “9 ราชมงคลร่วมใจสืบสานวัฒนธรรมไทย” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ลานวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐมนายพนม พรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ กล่าวว่า ในปี 2555 มทร.รัตนโกสินทร์ ในฐานะเจ้าภาพจัดงานได้นำแนวคิดการจัดงานโดยให้ทุกมหาวิทยาลัยร่วมสืบสานวัฒนธรรมของไทย ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมการรองรับการเข้าเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าด้วย เพราะวัฒนธรรมที่เข้มแข็งจะช่วยให้ภาพลักษณ์ความเป็นชาติไทยชัดเจน โอกาสนี้ได้นำความสามารถของ นักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง มาเผยแพร่และให้บริการสร้างความสุขแก่ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ กิจกรรมทำผ้ามัดเพนท์ งานเจาะกระดาษ และการวาดรูปภาพล้อ นอกจากในงานดังกล่าว จะมีการแบ่งหมวดหมู่กิจกรรมเป็น 2 ประเภท ได้แก่ นิทรรศการทางวิชาการและวัฒนธรรม จัดในศาลาการเปรียญ การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ไทย จัดขึ้นที่เวทีใหญ่ลานวัดไร่ขิง

เริ่มต้นกันที่นิทรรศการ ในส่วนของ มทร.ศรีวิชัย โดดเด่นไม่แพ้ใคร เพราะขนเอาประเพณีสารทเดือนสิบที่มีชื่อเสียงของภาคใต้มานำเสนออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น “หฺมฺรับ” อ่าน (หมรับ) เป็นชื่อเรียกสำรับหรือภาชนะซึ่งภายในบรรจุขนม 4 อย่าง ได้แก่ ขนมลา ขนมพอง ขนมดีซำและขนมบ้า ตามความเชื่อของชาวใต้เปรียบขนมต่าง ๆเป็นของใช้ที่ส่งให้แก่ผู้ล่วงลับ นอกจากนี้ยังนำ “หมาตักน้ำ” ของใช้โบราณผลิตจากใบจากใช้สำหรับตักน้ำมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ชมในงาน รวมถึงมีกิจกรรมสาธิตการละเล่นพื้นถิ่นอย่าง “หมากหลุม” ด้วย ถัดจากนิทรรศการภาคใต้ ก็ขยับมาที่ มทร.อีสาน ได้นำของดีจากจังหวัดต่าง ๆ ตามแหล่งที่ตั้งวิทยาเขต รวบรวมมาแสดง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน จาก

จังหวัดนครราชสีมา

เครื่องดนตรีโปงลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ และแคนจากจังหวัดขอนแก่น รวมถึงผลิตภัณฑ์จากหมากเม่าซึ่งเป็นของขึ้นชื่อจากวิทยาเขตสกลนคร ในส่วน

มทร.ตะวันออก จัดนิทรรศการโดยนำภาพบรรยากาศในประเพณีแห่พญายม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 1ในที่ตั้งวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมาจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ประวัติความเป็นมา หรือถ้าหากจะพูดถึงความสามารถด้านการทำเครื่องดื่ม หรือขนมไทยและผลงานศิลปะประดิษฐ์แบบไทยแล้ว คงต้องดูที่นิทรรศการของ มทร.พระนคร ซึ่งปีนี้ได้จัดทำเป็นเวทีสาธิต ทั้งวิธีการทำขนม การประดิษฐ์ตกแต่ง แถมตบท้ายด้วยโต๊ะให้บริการเครื่องดื่มม็อกเทล ซึ่งทำน้ำผลไม้ไร้แอลกอฮอล์ ทั้งหวานและเย็นชื่นใจ

ข้ามฟากมาที่เวทีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ไทย จะเห็นทีมนักแสดงจากแต่ละ มทร.มากันแบบจัดเต็มเพื่อคุณผู้ชมทั้งชาว มทร.ด้วยกันและชาวบ้านร้านตลาดในละแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะการแสดงของ มทร.ธัญบุรี ในชื่อชุด ‘นาฏยาราชมังคลาสู่อาเซียน” ประกอบด้วยการแสดงที่ผสมผสานจุดเด่นของแต่ละประเทศอาเซียนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ร่วมด้วยการแสดงโขนซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงของไทย เรื่องฝีไม้ลายมือเรียกว่าสุดยอดเพราะมีการเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ จาก

กรมศิลปากร มาคอยให้ความรู้ดูแลใกล้ชิดทีเดียว ในส่วน มทร.กรุงเทพ มาในชื่อการแสดง ‘ยูทีเค เทิดไท้องค์ราชันย์” เป็นจินตลีลาประกอบบทเพลง โดยย้ำให้เห็นถึงการรวมศิลปะการแสดงจากทุกภาคมาไว้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่าศิลปะ และความสวยงามของกรุงเทพฯ คือการผสมผสานกันอย่างลงตัวของคนทุกกลุ่ม ด้านชุดการแสดงของ มทร.ล้านนา ชื่อว่า ‘คีตนาฏยการล้านนา” ประกอบด้วย การรำฟ้อน มีทั้งฟ้อนเล็บ ฟ้อนขันดอก และฟ้อนที ซึ่งเป็นการแสดงของชาวเหนือที่ใช้ในโอกาสต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและในโอกาสพิเศษดี ๆ เช่นนี้ สุดท้ายกับการแสดงของ มทร.สุวรรณภูมิ ในชื่อ ‘แผ่นดินทอง” และ ‘รักไทย” โดยทุกชุดการแสดงของนักศึกษา มทร.ต่างก็สวยงามน่าดูและสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยได้อย่างดี

แต่ความประทับใจเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือมิตรภาพอันสวยงามของชาว มทร. โดยตลอดทั้งงานจะเห็นภาพอาจารย์-นักศึกษาจากต่างที่ต่างถิ่น ชี้ชวนกันดูบ้างก็หยิบ ชิม และชมผลิตภัณฑ์และบริการของเพื่อนพ้องชาว มทร.ด้วยกัน นี่แหละคือวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมที่ดีที่สุด.

ครบเครื่องเรื่องแคมปัสคลิก อินไซด์แคมปัส dailynews online

แสดงความคิดเห็น