มทร.ธัญบุรี ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโลก

มทร.ธัญบุรี ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโลก

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี มีรากฐานความถนัดเดิมมาจากการผลิตแรงงานด้านวิชาชีพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์กับภาคประกอบการให้มากขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนท่อส่งแรงงานป้อนอุตสาหกรรมอย่างตรงเป้า” เป็นปณิธานของ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) พร้อมกับสะท้อนทิศทางการขับเคลื่อนสถาบันเมื่อกระแสประชาคมอาเซียน 2558 มาเยือน การปฏิรูปครั้งนี้จะมีหลายสิ่งเกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องของเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายโอนนักศึกษา ย้ายการเรียนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง การพัฒนาศักยภาพของการผลิต การพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่เอื้อต่อความต้องการที่แตกต่างกันไป เช่น การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาอาจารย์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของตัวผู้เรียน เพื่อให้เกิดความตระหนักที่จะเป็นคนใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา และที่สำคัญผู้บริหารของแต่ละสถาบันก็ต้องมีมุมมองที่ตรงกันด้วยจึงจะเกิดการพัฒนาในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะเปิดกว้างเรื่องทรัพยากรบุคคล เพราะที่ผ่านมาหลายองค์กรแชร์ความรู้ หรือมีความร่วมมือกับต่างประเทศน้อยมาก จนกลายเป็นคนที่มองอะไรแคบลง ฉะนั้นต้องมองกว้างขึ้น โดยให้ยึดเรื่องของการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของสถานประกอบการเป็นสำคัญเหมือนๆ กัน”

สำหรับ มทร.ธัญบุรี  พยายามแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับต่างชาติมาตลอด และอนาคตก็มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมความร่วมมือภายในประเทศด้วยเช่นกัน เพราะประเทศเราก็ยังต้องการการพัฒนาอีกมาก  การพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำได้นั้น อธิการบดี มทร.ธัญบุรี มองว่า จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ เช่น มหาวิทยาลัยจะต้องมีประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจ มีผู้นำที่เป็นที่ยอมรับของสาธารณชน มีการผสมผสานระหว่างมหาวิทยาลัยวิจัย และมหาวิทยาลัยที่เน้นการเรียนการสอน บุคลากรทุก ๆ คนในองค์กรต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เพราะความสำเร็จต้องสามารถวัดหรือรับรู้ได้ ขณะนี้ มทร.ธัญบุรีกำลังยกเครื่องหลักสูตรใหม่ ทั้ง 10 คณะ 1 วิทยาลัยเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบทในสังคมไทยและสังคมโลก ซึ่งประกอบด้วย วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ บริหารธุรกิจ เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร ครุศาสตร์อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ศิลปศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย

“การปรับหลักสูตรเน้นที่ ตัวนักศึกษาเป็นหลัก ให้เขาได้ทั้งความรู้และเป็นนักปฏิบัติ ด้วยการใช้ระบบการเรียนแบบ Work Integrated Learning มาใช้ เพื่อผลิตบัณฑิตที่ไม่ใช่เป็นแค่ลูกจ้าง แต่บัณฑิตจะต้องเป็นผู้สร้างงาน หรือเป็นผู้ประกอบการเองได้ด้วย”

มทร.ธัญบุรี มุ่งพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน ตามมาตรฐานมหาวิทยาลัย ทั้งการบูรณาการการเรียนการสอนรูปแบบเชิงวิจัย หรือการเรียนการสอนแบบที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้เป้าหมายที่วางไว้ประสบความสำเร็จและเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางได้อย่างภาคภูมิใจ

นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อ

ส่งเสริมงานวิจัยมากมาย ทั้งคลินิกวิจัย

ให้คำปรึกษา เครือข่ายนักวิจัย สำหรับผลิตนักวิจัยและผลงานวิจัยใหม่ๆ รองรับการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงมีการจัดตั้งหน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อดูแลการจดสิทธิ

บัตร ตลอดจนสนับสนุนการเผยแพร่งานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนกระบวนการคิดและการวิจัยให้สมกับการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง

“นโยบายเร่งด่วนเชิงรุก ที่มหาวิทยาลัยกำลังขับเคลื่อนอีกอย่างคือ การพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นกำลังสำคัญด้วยการเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและเอกในหลายสาขาวิชา รวมถึงกำหนดนโยบายสำหรับอาจารย์ใหม่ที่จะรับเข้าทำงานต้องมีการศึกษาระดับปริญญาเอกทั้งหมด ยกเว้นสาขาวิชาที่ขาดแคลน เพื่อเป็นแม่แบบที่มีคุณภาพให้กับผู้เรียน”  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร และหลักสูตรการเรียนการสอนเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศ เริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน รวมถึงการเตรียมความพร้อมนักศึกษาและอาจารย์ในเรื่องของภาษา เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558  เริ่มด้วยการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะการส่งอาจารย์ในคณะต่างๆ ไปฝึกอบรมและเสริมประสบการณ์ด้านภาษาต่างประเทศ โดยเน้นหลักสูตรที่มีความเข้มข้นและได้ผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง เช่น คณะศิลปศาสตร์ ไปฝึกอบรมที่นิวซีแลนด์ คณะบริหารธุรกิจฝึกอบรมที่ประเทศอังกฤษ

นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยฯ มีการสนับสนุนให้ปรับระบบการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ การสอบวัดระดับ (Exit Exam) การจัดการฝึกอบรมด้านภาษา ให้กับนักศึกษาและบุคลากรร่วมกับสถาบันสอนภาษาต่างประเทศ เช่น AUA สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น การจัดหาสื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ เช่น หนังสือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ บทเรียนออนไลน์ มุมบริการด้านภาษาในห้องสมุด เพื่อส่งเสริมและสร้างสภาพแวดล้อมการใช้ภาษาต่างประเทศให้เข้มข้นยิ่งขึ้น สำหรับนักศึกษาได้จัดหลักสูตรระยะสั้น ยกตัวอย่างเช่น การจัด visiting students โดยการจัดให้มีการนั่งเรียนร่วมกันในกลุ่มอาเซียน ซึ่งคัดเลือกนักศึกษาให้เป็นตัวแทนเพื่อนั่งเรียนร่วมในมหาวิทยาลัยในกลุ่มอาเซียนซึ่งนั่งศึกษากลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มแกนนำในการไปใช้ชีวิตและหาประสบการณ์เพื่อกลับมาขยายผลต่อ

นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี มีนโยบายในการเพิ่มหลักสูตรนานาชาติเพราะหลักสูตรนานาชาติจะเป็นตัวเร่งและตัวช่วยที่สำคัญในการพัฒนาเรื่องของภาษา เพราะนี่คือจุดเดียวที่เราต้องเร่งพัฒนาสำหรับมหาวิทยาลัยซึ่งใช้ภาษาไทยในการจัดการเรียนการสอนมาโดยตลอด ส่วนการพัฒนามาตรฐานของวิชาชีพต่างๆ ก็จะต้องเร่งดำเนินการอีกเช่นกัน นับจากนี้ไปจนถึงปี ค.ศ. 2015 มหาวิทยาลัยจะมีการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายจะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนมีการตื่นตัวกันอย่างมากในขณะนี้

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า ภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา คือจะต้องเป็นองค์กรที่พึ่งพาทางด้านวิชาการและเป็นผู้ชี้นำสังคมท้องถิ่น ประเทศ รวมถึงต่างประเทศได้ มทร.ธัญบุรีมีความตระหนักเสมอว่า หน้าที่หลักคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมาตรฐานด้านวิชาการและวิชาชีพ พร้อมกับคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย

โดยมีหลักยึดอยู่ 3 ประการ คือ การผลิตบัณฑิตโดยวิธีที่เรียกว่า hands-on คือสามารถลงไม้ลงมือปฏิบัติงานจริง ประการที่สองพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรมโดยจะเน้นเนื้อหาวิทยาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประการสุดท้ายจะต้องสร้างบัณฑิตให้สามารถทำงานหรือสร้างงานได้อย่างมืออาชีพและต้องเป็นคนดี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

ในอีก 10 ปีข้างหน้า การผลิตบุคลากรและแรงงาน จะมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะสะท้อนถึงความสำเร็จทางการศึกษาไทยและประเทศอื่นในประชาคมอาเซียนด้วยเช่นกัน

“นโยบายเร่งด่วนเชิงรุก ที่มหาวิทยาลัยกำลังขับเคลื่อนอีกอย่างคือ การพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นกำลังสำคัญด้วยการเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและเอกในหลายสาขาวิชา”

แสดงความคิดเห็น