ภูมิปัญญาชาวบ้าน”วังส้มซ่า”ผลิตสมุนไพรบำรุงผิวบุกอาเซียน

n55_010807-2

ด้วยจุดเด่นของบ้านวังส้มซ่าต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลกเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทอยู่ริมฝั่งลำน้ำน่าน จ.พิษณุโลก ห่างจากตัวอำเภอเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร สังคมบ้านวังส้มซ่าเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ด้วยชาวบ้านตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำนา ปลูกไม้ผล และพืชสมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ปัจจุบันชุมชนบ้างวังส้มซ่า นำเอาจุดเด่นพืชสมุนไพรที่มีอยู่มากมายของตนเองมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย ผิวหน้า ปลอดสารเคมีปนเปื้อน

ผลผลิตดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ทำให้สร้างรายได้ให้ชุมชน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชน”

นางจิตติมา บุญมี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า กล่าวว่า เล็งเห็นพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ โดยเฉพาะบ้านวังส้มซ่านั้น มีพืชสมุนไพรมาก ทั้งมะกรูด ตะไคร้ ว่านหางจระเข้ ดอกอัญชัน ฯลฯ น่าจะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากพืชสมุนไพรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ที่เป็นอยู่

“ชาวบ้านจึงปรึกษากันและรวมกลุ่มกันขึ้นมา นำสมุนไพรมาทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย และถนอมผิวหน้า เพื่อสร้างรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ลดปัญหาการว่างงาน สร้างคุณค่ากำลังใจให้กับผู้สูงอายุในชุมชน”

ในช่วงกลางปี 2554 เมื่อรวมกลุ่มกันได้คิดจะทำผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ได้รับคำปรึกษาแนะนำ จาก นายฉไน น้อยแสง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเกิดที่บ้านวังส้มซ่า ที่มีความรู้ทางด้านแพทย์แผนไทยและพืชสมุนไพร ได้ให้คำแนะนำวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรเหล่านี้

จากนั้นได้ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ระดมทุนจากความสมัครใจของชาวบ้านในชุมชน เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการผลิต คนละ 5 หุ้น หุ้นละ 500 บาท จำนวน 23 คน ที่ผู้ร่วมลงทุนระยะแรก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวัยเด็ก นักเรียน นักศึกษา กลุ่มนี้จะเป็นผู้สานต่อการทำงานของกลุ่มต่อไปในอนาคต กลุ่มรุ่นกลาง ได้แก่ กลุ่มข้าราชการ กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มรุ่นผู้สูงอายุ ที่มีความรู้ในการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพร

ในระยะเริ่มต้น ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน ทั้งมหาวิทยาลัยธัญบุรี สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองพิษณุโลก องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และในปี 2555 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ สมทบกับเงินลงทุนของกลุ่ม สร้างที่ทำการและโรงงาน เพื่อให้ได้มาตรฐานในการผลิต มูลค่า 1,300,000 บาท ตั้งอยู่ที่ ม. 1 บ้านวังส้มซ่า ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของกลุ่มในทุกวันนี้

นางจิตติมา เล่าเพิ่มเติมว่า โรงงานที่สร้างขึ้นนี้ เป็นสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากพืชสมุนไพร เป็นโรงเรือนระบบปิด ที่กระบวนการผลิตต้องผ่านการฆ่าเชื้อ โดยใช้เทคนิคสเตอริไลซ์ในการผลิต และการบรรจุผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มได้แบ่งหน้าที่การทำงานรับผิดชอบ ได้แก่ ฝ่ายวัตถุดิบ ทำหน้าที่จัดซื้อพืชสมุนไพรที่ปลูกโดยคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน มาผลิต ในราคาท้องตลาด ฝ่ายผลิต เป็นกลุ่มที่ลงหุ้น มาร่วมดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ และฝ่ายการตลาดฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่นำสินค้าออกไปวางจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ งานขายสินค้าโอท็อปของอำเภอและจังหวัด

ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน ได้ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ออกมาหลายประเภท เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ปราศจากการปนเปื้อนจากสารเคมี แม้ว่าในกระบวนการผลิตจะมีวิธีกรรมทางวิทยาศาสตร์ในการสกัดสารก็ตาม เพื่อเป็นจุดแข็งของตัวผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาหลายชนิดแล้ว ได้แก่ ครีมบำรุงผิวจากน้ำนมข้าว ครีมบำรุงผิวหน้าจากว่านหางจระเข้ ยาสระผมจากใบบัวบก ครีมบำรุงผิวจากธัญพืช ลูกประคบสมุนไพร

“ผู้สูงอายุ ได้มีงานทำและสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยครอบครัวละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท รวมทั้งเป็นการผลักดันเศรษฐกิจในชุมชนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางกลุ่มจะเป็นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งก็จะมุ่งใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีครัวเรือนเป้าหมายกว่า 35 ครัวเรือน ที่จะเพาะปลูกและนำผลิตภัณฑ์ส่งให้กลุ่ม สกัดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์”

ในส่วนของช่องทางการตลาดนั้น ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่กลุ่มผลิตได้ใช้ชื่อสินค้าว่า “อนงค์ทิพย์ เนเจอรัลนิวทรีชั่น” ภายใต้การผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า

การทำตลาดในระยะเริ่มต้นได้นำตัวผลิตภัณฑ์ออกแสดงและจำหน่ายตามงานกิจกรรมจำหน่ายสินค้าต่างๆ ที่จังหวัดและอำเภอจัดขึ้น ทั้งงานกาชาดจังหวัดพิษณุโลก งานแสดงสินค้าโอท็อป และล่าสุด งานมหกรรมอินโดจีน ที่ จ.พิษณุโลกกำลังจัดขึ้นมา

เธอกล่าวว่า ขณะนี้ เริ่มมีผู้รู้จักหันมาทดลองใช้สินค้าของกลุ่มมากขึ้นตามลำดับ และมีการพูดปากต่อปาก มีกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มสปา มาดูงานการผลิต ตั้งแต่การปลูกพืชสมุนไพร กระบวนการผลิต และเริ่มได้รับออเดอร์จากลูกค้า ที่สั่งให้ทำครีมบำรุงผิว ขัดผิว ส่งขายในรูปแบบเป็นกิโลกรัม บางรายก็ให้กลุ่มผลิตและเป็นตัววัตถุดิบ โดยส่งไปใส่แพ็คเกจจำหน่ายต่างประเทศ

“ขณะที่เป้าหมายของกลุ่มนั้น ในระยะเริ่มต้น สมาชิกผู้ลงทุนลงแรง ยังไม่ได้คาดหวังเรื่องผลกำไรมากนัก เราคาดหวังการสร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่มให้ได้ก่อน จึงพร้อมใจกันผลิตผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพ ส่วนระยะยาวและระยะไกลนั้น คาดหวังว่า กลุ่มจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์จนสามารถเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของ จ.พิษณุโลก สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรให้กับนักเรียน นักศึกษา”

นางจิตติมากล่าว

ด้าน นายสุพัฒน์ บุญมีประเสริฐที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนหมู่ที่ 1 บ้านวังส้มซ่า เป็น 1 ในกลุ่มที่ทาง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเห็นว่ามีศักยภาพที่จะผลักดันให้เป็นกลุ่มวิสาหกิจที่เข้มแข็ง โดยในปี 2554 ที่ผ่านมา ทาง สพก.ได้ผลักดันให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจกว่า 60 กลุ่ม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

“ในปีนี้ ก็มุ่งหวังที่จะส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจต่างๆ ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่อาเซียน”

การทำตลาดโดยนำตัวผลิตภัณฑ์ออกแสดงและจำหน่ายตามงานกิจกรรมจำหน่ายสินค้าต่างๆ ที่จังหวัดและอำเภอจัดขึ้น

แสดงความคิดเห็น