ถอดบทเรียนฝรั่งเศสเรียนให้ทำงานได้จริง

n55_280605

ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

ทิศทางการจัดการศึกษาที่ผูกติดกับงานทั้งใน “ระบบทวิภาคี” และ “สหกิจศึกษา” ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ รวมถึงฝึกประสบการณ์ตรงในองค์กรผู้ใช้บัณฑิตกำลังมาแรง เพราะผลผลิตที่จบออกมาเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้บุคลากรขององค์กรต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด

เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบ การณ์เกี่ยวกับ “การจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน ที่เน้นโครงงานเป็นฐาน หรือ project-based learning” ในระดับอาชีวศึกษา และ อุดมศึกษา เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการบริหารโครงการจัดประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐ นำโดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะอนุกรรมการฯ รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ รองประธานฯ พร้อมด้วยผู้บริหารซึ่งมีส่วนรับผิดชอบในนโยบายการศึกษาของไทย อาทิ ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รศ. ดร.พินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ รศ. ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จึงได้เหินฟ้าไปดูงานเรื่องดังกล่าว ที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมเจรจาความร่วมมือด้านการศึกษากับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ฝรั่งเศส

การดูงานครั้งนี้ ทีมผู้บริหารการศึกษาของไทย ได้เข้าฟังบรรยายเกี่ยวกับระบบการจัดการศึกษาของฝรั่งเศส พร้อมทั้งเยี่ยมชม Institut Universitaire de Technologie (IUT ) มหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี โดยที่นี่มี IUT กระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 115 แห่ง พร้อมคำการันตีว่าทุกแห่งมีคุณภาพเท่าเทียมกัน และเยี่ยมชม Lycee Touchard-Washington วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่สอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอาชีพ ซึ่งการสอนด้านเทคโนโลยีและอาชีพ ของฝรั่งเศส มีจุดเด่นหลายด้าน ทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่มีอยู่ทั่วประเทศ มีหลักสูตรอาชีพที่หลากหลายกว่า 1,600 หลักสูตร ภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 100 แห่ง เข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตร ฝึกอบรมครู จัดการสอน และซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยให้ พร้อมใบสั่งงานที่เป็นโจทย์การบ้านให้นักศึกษาได้ผลิตชิ้นงานป้อน และช่วงที่นักศึกษาไปฝึกงานในสถานประกอบการบริษัทก็จะจ่ายเงินให้แก่นักเรียนประมาณ 30% ของเงินเดือนปกติ เพราะถือว่านักเรียนไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นผู้ฝึกงาน

เห็นเครื่องมือ เครื่องจักร ห้องปฏิบัติทางเคมี และชิ้นงานที่นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของฝรั่งเศสผลิตออกมา อาทิ เก้าอี้ทันตกรรมที่ใช้ทำฟัน เครื่องบรรจุเครื่องสำอาง เครื่องจักรบรรจุยา.ทำเอาบอสใหญ่ ของ สอศ. “ดร.ชัยพฤกษ์”ออกปากว่า เครื่องมือและห้องปฏิบัติทางเคมีแบบนี้เมืองไทยจะได้ใช้ก็ต้องเรียนในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก แต่เด็กฝรั่งเศสได้ใช้ตั้งแต่เรียนอนุปริญญา ส่วนหลักสูตรอาชีวศึกษาของฝรั่งเศสจะเน้นสมรรถนะ โดยระบุชัดเจนว่าเมื่อเรียนจบแล้วเด็กต้องทำอะไรได้บ้าง ซึ่งการจัดทำหลักสูตรของที่นี่นับเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ไทยจะนำมาแปลและสานต่อ รวมถึงปรับปรุงครุภัณฑ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน และขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในการจัดทวิภาคีให้มากขึ้น

ขณะที่ ดร.กฤษณพงศ์ เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของการมาเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ ว่า มีจุดเริ่มมาจากโครงการจัดประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาด้านอุดมศึกษา และวิทยาศาสตร์ศึกษา จึงมีพระราชดำริให้ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการฯเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษากับนานาประเทศ และในการประชุมโต๊ะกลมครั้งล่าสุดก็เห็นพ้องกันว่าจะสานต่อความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน และที่ฝรั่งเศสก็โดดเด่นในเรื่องนี้ โดยเฉพาะจุดเด่น ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาคอุตสาหกรรม มีส่วนร่วมในการผลิตนักศึกษามาก โดยถือเป็นวัฒนธรรม และหน้าที่ไม่ต้องบังคับ เพราะถ้าปล่อยให้สถานศึกษาทำโดยลำพังก็จะไม่มีเครื่องมือ และโจทย์ให้เด็กปฏิบัติ อีกทั้งอาจารย์ผู้สอนก็จะผ่านงานหรือมีชั่วโมงบินมาจากภาคอุตสาหกรรม และยังมีผู้สอนร่วมที่มีประสบการณ์มาช่วยสอนด้วย ต่างจากมหาวิทยาลัยไทยที่อาจารย์ผู้สอนจะเรียนต่อเนื่องจนจบปริญญาแล้วมาสอบบรรจุเลย ทั้งนี้ หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สกศ. สอศ. สกอ. และสมาคมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งประเทศไทย (สวทน.) เพื่อมาคิดโครงการระดับชาติ ในการชูเรื่อง “กำลังคนที่จบออกมาแล้วทำงานได้จริง”

สำหรับผลการเจรจากับศธ.ฝรั่งเศส นั้น รศ.ดร.พินิติ กล่าวว่า ไทย-ฝรั่งเศส จะพัฒนาหลักสูตรงานวิจัย และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระดับอุดมศึกษาร่วมกัน โดยเน้นการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งขั้นแรกจะเริ่มจากการพัฒนามหาวิทยาลัยในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีหลักสูตรเน้นการปฏิบัติ ได้แก่ กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง และกลุ่มสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ทั้ง 3 แห่ง ดังนั้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ ศธ.ฝรั่งเศสจะส่งผู้แทนในกลุ่มมหาวิทยาลัย IUT มาเยือนไทยในปลายเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเจรจาและดูงานในสถานศึกษาของไทย ก่อนจัดทำแผนงานความร่วมมือเสนอรัฐบาลฝรั่งเศสในการเดินหน้าสนับสนุนต่อไป

รศ.ดร.พินิติ บอกด้วยว่า นอกจากนี้ ศธ.ฝรั่งเศส ยังยินดีให้การสนับสนุนการเข้ามาศึกษาต่อที่ฝรั่งเศสของนักเรียนไทย ในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ได้เรียนถึงระดับปริญญาเอก โดยเฉพาะการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่เน้นการปฏิบัติในกลุ่มของมหาวิทยาลัย IUT เพื่อเป็นการพัฒนากำลังคนในกลุ่มอุตสาหกรรมของไทย ทั้งนี้ที่ประชุมร่วมสองฝ่าย ยังเห็นควรให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติงานภายใต้กรอบความร่วมมือทางด้านอุดมศึกษา เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในรายละเอียด โดยให้แผนนี้เป็นส่วนประกอบของข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส ที่จะมีการลงนามในระหว่างการเยือนประเทศฝรั่งเศสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเดือนกรกฎาคมนี้

แหละนี่..ก็เป็นอีกความร่วมมือด้านการศึกษากับนานาประเทศของไทย.

แสดงความคิดเห็น