“เข้าใจธรรมะ พัฒนาชุมชน หลีกพ้นอบายมุข” ค่ายคุณธรรม รับน้องใหม่ ครุฯ มทร.ธัญบุรี

n55_280601-12

จากปัญหาตามหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่เว้นแต่ละวัน ของเยาวชนทุกวันนี้ไม่ว่า จะเป็น ปัญหาของนักเรียนนักเลง คลิปตบตีของนักเรียนหญิง การมั่วสุมของวัยรุ่น จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จัดโครงการ “เข้าใจธรรมะ พัฒนาชุมชน หลีกพ้นอบายมุข” นำนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทั้ง 10 สาขาวิชา จำนวน 350 คน เข้าร่วมโครงการ ปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ให้เกิดขึ้น ณ วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี

“ต้นรัก” นายปัญญา นาดี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาครุศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์-โทรคมนาคม นายกสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เล่าว่า ตามนโยบายของทางมหาวิทยาลัยฯ ห้ามมีการรับน้องรุนแรง ทางคณะจึงได้โครงการนี้ขึ้น 1 วันที่วัด กิจกรรมประกอบด้วย ฟังธรรมบรรยาย นั่งสมาธิ ออกพัฒนาบริเวณวัด และเรียนรู้การใช้ชีวิตของชุมชนในวัด น้องใหม่ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ประวัติพระพุทธศาสนาและปฏิบัติตามหลักศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรมอันดีงามในทางพระพุทธศาสนา รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนร่วมรู้จักแยกแยะความดีความชั่ว นำหลักธรรมที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ชีวิตในมหาวิทยาลัยฯ ของน้องใหม่จะได้ดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควร

“ปอนด์” นายอนินทร์ ราชวงษ์ เฟรชชี่จากสาขาวิชาครุศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์-โทรคมนาคม เล่าว่า แปลกใจกับกิจกรรมที่รุ่นพี่จัดขึ้น ส่วนใหญ่จะไม่เข้าวัดรู้สึกว่าการเข้าวัดน่าเบื่อ แต่เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ได้รับคติธรรมมากมายที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ จิตใจสงบดี ในเรื่องของศีล 5 ที่ท่องจำมาตั้งแต่ประถมได้กลับมาเข้ามาในสมองอีกครั้ง “สภาพแวดล้อมของสังคม ทำให้ความถูกต้องจ่างหายไป” ส่วนตัวเป็นคนติดบุหรี่ เนื่องจากเห็นเพื่อนสูบเลยสูบตาม แต่ตอนนี้พยายามเลิกเพื่อสุขภาพและเพื่อชีวิตในวันข้างหน้า

“อ๊อฟ” นายชาญวิทย์ นิติขจรวรคุณ เฟรรชี่จากสาขาวิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า เล่าว่า รับน้องในวัด ได้อะไรหลายๆ อย่าง ได้มีโอกาสสนทนาธรรมะ พระอาจารย์ถามว่า “สัตว์อะไรขี้เกียจที่สุดในโลก” คำตอบของสิ่งนั่นคือมนุษย์ จริงของพระอาจารย์ ความขี้เกียจของมนุษย์เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ ดังนั้นควรจะบังคับตนเองให้ได้ “วัดไม่ใช่สถานที่ ที่น่าเบื่อ ลองเข้าไปสนทนาธรรมะกับพระอาจารย์ในเวลาว่าง ดีกว่าเอาเวลาไปนั่งในร้านเหล้า ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย”

เฟรชชี่จากสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ “ดาว” นางสาวจามจุรี อุ่มชัย เล่าว่า ปกติเข้าวัดบ่อย ส่วนตัวชอบฟังธรรม เนื่องจากได้แนวคิดที่สามารถนำมาใช้ได้ คติธรรมที่ได้จากโครงการนี้ “เป็นนักศึกษาต้องมีอาวุธ อาวุธคือความรู้” ดังนั้นเมื่อเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยฯ ควรหาความรู้ใส่ตัวให้มากที่สุด ทุกวันนี้ค่านิยม ของคนไทยเปลี่ยนไป วัถตุนิยมเข้ามา ทุกคนอยากมีอยากได้ ความโลภเข้ามาครอบงำ ตัณหาเกิด ทำทุกอย่างให้ได้สิ่งที่ต้องการมี ยกตัวอย่างในเรื่องของโทรศัพท์มือถือ ถ้าไม่มีเงินซื้อ ต้องขโมย ดีใจที่ทางคณะจัดกิจกรรมรับน้องแบบนี้ ได้ทำประโยชน์พัฒนาทำความสะอาดวัด ในหน้าที่ชาวพุทธที่ดี

เฟรชชี่จากสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา “เนม” นายกฤษณะ มูลดิณีย์ เล่าว่า ตอนสมัยประถมเข้าวัดบ่อย เนื่องจากโรงเรียนใกล้วัด “การเข้าวัดเป็นการฝึกใช้ชีวิต วัดสอนให้เราพึ่งตนเอง มีชีวิตด้วยตนเอง” ยกตัวอย่างค่ายวันนี้ หลังทานอาหารเสร็จต้องเก็บจานข้าวเอง เอาไปล้างเอง แต่เมื่ออยู่ที่บ้านจะมีพ่อแม่เก็บและล้างให้ ค่ายในวันนี้เป็นการฝึกการใช้ชีวิตด้วยตนเอง “ทุกสิ่งอยู่ด้วยชีวิตตนเอง” นอกจากความรู้ที่ได้ในการใช้ชีวิตแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์คนในชุมชน สร้างความสามัคคีระหว่างพี่น้องในคณะ

ปัญหาที่พบมากที่สุดในปัจจุบันส่วนมากเกินจากสาเหตุคือการขาดศีลธรรมและจริยธรรมในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอบายมุข เช่น การเล่นพนัน ยาเสพติด สิ่งมึนเมา ดังนั้นการปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นในใจของเยาวชนเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

ชลธิชา ศรีอุบล
กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

แสดงความคิดเห็น